วันนี้ แอดมินขอนำบทความเกี่ยวกับการเสริมจมูกของคุณหมออภิชาญ มาเล่าสู่กันฟังในรูปแบบที่ไม่อิงภาษาวิชาการ เพื่อให้เข้าใจกันง่ายๆนะคะ และเป็นเพียงความเห็นส่วนตัวของคุณหมอเท่านั้นนะคะ ไม่ขอพาดพิงกับความเห็นอื่นใดนะคะ

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานั้น การเสริมจมูกในบ้านเรามีการเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก แต่เดิมเราจะเห็นเพียงการใช้ซิลิโคนแท่งในการเสริมจมูกเป็นส่วนใหญ่ และมักเป็นชนิดที่คุณหมอ ท่านต้องเหลาเอง เนื่องจากรูปทรงจมูกทั้งความยาว ความกว้าง มุมองศาระหว่างจมูก กับริมฝีปาก ลักษณะผิวหนังและความหนาของผิวหนังที่แตกต่างกัน จึงทำให้คุณหมอที่ละเอียดและมีความสามารถ จะเข้าใจในจุดนี้และต้องเหลาให้เข้ากับแต่ละคนไข้ไป มันจึงเป็นทั้งศิลปะ กับวิทยาศาสตร์ไปในตัว แต่ช่วงที่ผ่านมานี้ ซิลิโคนสำเร็จรูปมีการนำมาใช้มากขึ้น มีการทำออกมาหลายรูปแบบ และแข็งขันกันตามประเทศผู้ผลิต รวมทั้งความนิ่ม ที่นำมาใช้ และมักจะมีการโฆษณาชวนเชื่อว่านิ่มบิดได้ จนทำให้เกิดความเข้าใจที่ผิดไปสำหรับคนไข้ในบ้านเราที่ส่วนใหญ่ไม่มีความเข้าใจ และหลงเชื่อไปกับคำโฆษณาที่แอบอ้างมากมาย

คุณหมอท่านขอเปรียบเทียบง่ายๆนะคะ การเสริมจมูกโดยใช้แท่งซิลิโคน เปรียบเหมือนการเลือกซื้อเสื้อผ้ามาสวมใส่ หากเราสามารถเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเราแล้ว เราจะเลือกสั่งตัดเสื้อผ้าให้เข้ารูป หรือเราจะเลือกเสื้อผ้าสำเร็จรูปที่แบ่งตามขนาดต่างๆแล้วเลือกมาใส่คะ แน่นอนสิ่งที่ต่างกันคือ หากเสื้อผ้าที่เลือกแบบสำเร็จรูป หากไม่ชอบ บางคนก็ถอดออกและไปซื้อตัวใหม่ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่หากเราสามารถสั่งตัดเสื้อผ้าเของเราเอง วัดขนาดแล้วตัดตามขนาดของเรา แบบไหนจะดีกว่าคะ สั่งตัดย่อมดีกว่าใช่มั้ยคะ บางคนอาจนึกเถียงอยู่ในใจว่าหากเสื้อสำเร็จรูปใส่แล้วไม่สวยก็เอาเสื้อสำเร็จรูปมาแก้ให้เหมาะกับคนนั้นๆ ไม่ง่ายกว่าสั่งตัดแต่แรกเหรอ เปรียบเหมือนเอาซิลิโคนสำเร็จรูปมาดูความยาวเทียบกับจมูกคนไข้ ถ้าเลือกสั้นไปแต่แรกย่อมเสริมแล้วไม่สวย แต่ถ้าเลือกแล้วมีแต่ยาวเกินไป ก็ค่อยตัดให้สั้นลงก็ได้ ง่ายจะตายใช่มั้ยคะ เสื้อสำเร็จรูปที่ตัวใหญ่เกินเอามาแก้ให้เข้ารูปจะแก้ได้สวยเหมือนกับสั่งตัดตอนแรกเหรอคะ และจะมีกี่คนที่โครงสร้างจมูกเท่ากันพอดีกับซิลิโคนสำเร็จรูปคะ โดยไม่ต้องปรับแก้เลย ซึ่งน้อยมากๆคะ

แต่ปัจจุบันกับเป็นการเอาซิลิโคนรูปแบบต่างๆที่ดูสวยมาโชว์แล้วสร้างความเข้าใจว่า ฉันสวยขึ้นแน่นอนเมื่อใช้ซิลิโคนตัวนั้น เคยมั้ยคะ? เสื้อผ้าที่นางแบบใส่แล้วสวยมากๆ แต่เราใส่แล้วไม่เห็นเป็นเหมือนนางแบบสวมใส่เลย นั้นเป็นสาเหตุที่คุณหมอท่านเหลาซิลิโคนเองสำหรับคนไข้แต่ละท่าน ไม่เคยใช้แบบสำเร็จรูปมาตลอดเกิน 10กว่าปีของการทำงานในบทบาทของศัลยกรรมตกแต่งคะ ส่วนความนิ่มของซิลิโคนนั้น ไม่ใช่ว่ายิ่งนิ่มยิ่งดีนะคะ เพราะความสามารถในการคงรูปของซิลิโคน เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งผลต่อการวางซิลิโคน โดยไม่บิดเบี้ยว และวางได้ถูกเทคนิค ไม่บิดงอภายใน และเช่นเดียวกันหากแข็งเกินไป ย่อมส่งผลต่อแรงกดต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่ ที่ซิลิโคนกดกับผิวหนังด้านบนโดยตรง ย่อมทำให้ใช้ปริมาณความหนาของซิลิโคนมากไม่ได้ เพราะมีโอกาสเกิดซิลิโคนทะลุออกมาได้ง่าย แต่ก็ไม่ใช่ว่าชนิดแข็งไม่สามารถใช้เสริมจมูกได้ เพียงแต่ต้องปรับให้เหมาะสมกับลักษณะของผิวแต่ละคน หากเปรียบความนิ่มของซิลิโคน ก็เหมือนกับชนิดเนื้อผ้าที่นำมาสวมใส่ คิดง่ายๆคะ เสื้อสูทที่สวยต้องเป็นเสื้อที่มีน้ำหนักและรีดเข้ารูปได้ง่าย ย่อมไม่มีใครเอาเนื้อผ้าที่ไม่ทิ้งน้ำหนักและยับง่ายมาตัดเสื้อสูทใช่มั้ยค

ปัจจุบันการเสริมจมูกน่าจะเป็นหัตถการที่มีการทำกันมากที่สุดในบ้านเรา และเป็นจุดเริ่มต้นของคนที่ต้องการทำให้ตัวเองมั่นใจมากขึ้นในการเข้าสังคม จึงเป็นจุดขายที่มีการนำเอาซิลิโคนสำเร็จรูปมาใช้กันอย่างมากมายในปัจจุบัน รวมถึงถูกนำไปใช้เป็นส่วนหนึ่งในการโฆษณา แต่ขอให้เข้าใจนะคะ ว่าการแก้จมูกไม่ได้ง่ายเหมือนกับการถอดเสื้อออกและหาเสื้อผ้าตัวใหม่ใส่นะคะ ทุกครั้งที่มีการใส่ซิลิโคนที่ไม่เหมาะกับโครงสร้างจมูก รวมถึงลักษณะผิวหนังที่รองรับ พูดง่ายๆคือใส่โด่งหรือยาวเกินกว่าผิวหนังจะรับได้ และรวมถึงการใส่ซิลิโคนผิดวิธีคือใส่แล้วโยกไปมาเวลาขยับที่แท่งซิลิโคน (การใส่ซิลิโคนที่ถูกวิธี จะต้องวางตรงตามแนวแกนจมูก และจะต้องโยกไปมาแล้วซิลิโคนต้องไม่ขยับ) เมื่อถอดซิลิโคนดังกล่าวเพื่อแก้นั้น สิ่งที่พบเห็นได้บ่อยคือโครงสร้างจมูกในส่วนของกระดูกอ่อนจะถูกกด เห็นง่ายๆคือรูจมูกมักผิดรูปทั้งแนวแกนของรูจมูกรวมทั้งขนาดที่อาจผิดแตกต่างกับอีกข้างอย่างชัดเจน (ถ้าก่อนเสริมใกล้เคียงกันในสองข้าง)

นอกจากนั้นสิ่งที่เห็นได้ชัดและบ่อยกว่าคือส่วนของผิวหนังที่รองรับแท่งซิลิโคนนั้นก็มักจะบุ๋มลงไปจากการกดของแท่งซิลิโคนที่เสริมโด่งหรือยาวเกินไปนั่นเอง ดังนั้น คุณหมอที่จะทำการแก้จมูกจะต้องพึงระลึกถึงในส่วนนี้ร่วมด้วย ว่าจะสามารถแก้ไขได้มากน้อยแค่ไหน และที่ยิ่งยากกว่านั้นคือในกรณีมีการติดเชื้อ และซิลิโคนทะลุออกมานั้น ผิวหนังบริเวณนั้นแม้มีการเย็บซ่อมให้ก็จะไม่เหมือนเดิมเนื่องจากการหาย จะหายด้วยการเป็นแผลเป็นทั้งสิ้น ดังนั้นการเสริมจมูกสำหรับคุณหมอนั้นเป็นทั้งศิลปะและวิทยาศาตร์ (art & science) คนไข้ที่ต้องการมารักษาเพื่อทำให้เขามั่นใจมากขึ้น

คุณหมอต้องพึงระลึกไว้เสมอในการพูดความจริงว่าจะสามารถทำได้มากน้อยแค่ไหนในแต่ละคน ไม่ใช่เป็นการขายฝันให้คนไข้คาดหวังว่าจะต้องเปลี่ยนแปลงเป็นเหมือนดาราท่านโน้น ท่านนี้ ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีทางเหมือนได้100% เพราะโครงสร้างจมูกและผิวหนังแต่ละคน ความยาวของแต่ละคน มุมองศาระหว่างจมูกกับริมฝีปาก นั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และสิ่งสำคัญที่สุดคือ ต้องทำให้ความสวยควบคู่กับความปลอดภัยหลังจากเสริมจมูกนั้นต้องไปด้วยกัน ไม่ใช่สวยแค่ช่วงแรก แต่ต้องถอดออกหลังเสริมเพียงไม่กี่เดือนเพราะ ซิลิโคนจมูกใกล้ทะลุหรือเกิดการติดเชื้อและทะลุออกมา ส่วนคนไข้เองเมื่อจะเลือกผ่าตัดกับคุณหมอท่านใดท่านหนึ่งขอให้พิจารณาถึงความสามารถของคุณหมอท่านนั้น วุฒิบัตรความเชี่ยวชาญที่ได้รับ ผลงานที่เคยทำมา (อย่าเชื่อเพียงคนบอกมา ชักชวนมาหรือแม้แต่รูปที่นำมาโชว์ เพราะเดี่ยวนี้รูปมีการแต่งภาพกันง่ายมาก รวมทั้งรูปที่มักถูกนำเสนอผ่านคนที่มีโครงสร้างจมูกและใบหน้าที่ดีกว่าคนทั่วไป ที่มักจะถูกพูดเสมอว่า ก็เขามีต้นทุนเดิมดีอยู่แล้ว เสริมอีกนิดเดียวก็ทำง่ายและยิ่งดูดีขึ้น นั่นก็เป็นความจริงอย่างแน่นอน) และที่สำคัญ อย่าเห็นเพียงแต่ของถูก เพราะคุณไม่ใช่หนูทดลอง ที่ยอมให้มาทำผ่าตัดบนจมูกของคุณ เพียงแค่ว่าราคาถูก ถ้าไม่ดีหรือมีเงินพอค่อยหาหมออื่นแก้ เพราะการแก้ ย่อมไม่ดีเท่ากับทำให้ดีแต่แรก และบางอย่างก็ไม่สามารถแก้ได้ทั้งหมดนะคะ ไว้คราวหน้าจะนำบทความเกี่ยวกับการเสริมจมูก มาเล่าสู่กันฟังใหม่นะคะ

สวัสดีค่า แอ๊ดมินมาบอกว่าทางคลินิกได้เพิ่มเติมรีวิวผลงานแก้ไขแผลเป็น แล้วนะคะ สามารถติดตามได้ที่ รวมรีวิวแก้ไขแผลเป็น ได้เลยนะคะ (ทั้งนี้ผลการรักษาขึ้นกับแต่ละบุคคลร่วมด้วยคะ)

หากสนใจต้องการปรึกษาคุณหมอ สามารถโทรนัดได้ที่ 02-7263640, 086-3509030, 081-6451098 คะ รวมทั้งใน Facebook และ เพจของคลินิกค่า

เพื่อนๆที่สนใจจะทำศัลยกรรมตา ไม่ว่าจะตาบน ตาล่าง ถุงใต้ตา สามารถติดตามเคสรีวิวของทางคลินิกได้แล้วทาง เฟิร์สแคร์คลับ (คลิ๊กตามลิ้งก์) ได้เลยค่า

 

ขอขอบคุณคุณไข้ของทางคลินิกที่กรุณาร่วมแชร์ประสบการณ์การรักษาแผลเป็นกับเราผ่านทางเว็บไซต์ Pantip.com นะคะ

สวัสดีนะคะทุกคน อมยิ้ม04
((เป็นครั้งแรกในการเขียนกระทู้รีวิวหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยด้วยนะคะ))

เริ่มเลยนะคะ … เนื่องจากเรามีแผลเป็นคีลอยด์ซึ่งมีลักษณะ แผลเป็นยืดและบุ๋มร่วมกับนูนบางส่วนและมีส่วนนูนคล้ายหูหมา (dog ear) ที่ปลายแผลสองข้างซึ่งเกิดจากการผ่าตัดไทรอยด์ที่คอของเราเมื่อประมาณ 5-6 ปีที่แล้วค่ะ

เราจึงตัดสินใจหาที่ผ่าตัดแก้ไขรอยแผลเป็นค่ะ โดยการดูรีวิวจากหลายๆ ที่ จนมาเจอรีวิวของ First care clinic ค่ะ เราจึงตัดสินใจลองเข้ารับการปรึกษากับคุณหมอก่อนค่ะ ซึ่งคุณหมอให้คำปรึกษาเกี่ยวกับแผลเป็นของเราค่อนข้างดีค่ะ จากนั้นเราจึงได้ตัดสินใจที่จะผ่าตัดที่ First care clinic ได้คิวผ่าตัดวันที่ 12/4/18 ค่ะ โดยการฉีดยาชา ใช้เวลาผ่าตัดประมาณ 4 – 5 ชั่วโมงค่ะ ภาพหลังจากผ่าตัดเสร็จแล้วค่ะ

หลังจากผ่าตัดเสร็จคุณหมอก็สั่งให้เราถ่ายรูปแผลผ่าตัดเพื่ออัพเดทอาการให้คุณหมอดูทุกวันค่ะ วันที่ 1 แผลเราก็ปกติดีค่ะ แต่พอวันที่ 2 แผลเหมือนจะมีหนองค่ะ ซึ่งเราเห็นหนองตอนที่เราล้างแผลตอนเช้าค่ะ เราจึงถ่ายรูปให้คุณหมอช่วยดูให้ค่ะ คุณหมอแจ้งว่าแผลน่าจะเกิดการอักเสบค่ะ จึงให้เราหาซื้อยาฆ่าเชื้ออีกตัวแล้วกินตามที่คุณหมอสั่งจนครบค่ะ

วันที่ 3 ค่ะ เกิดปัญหาอีกค่ะ ปมไหมที่คุณหมอทำไว้ข้างขวามันขาดและหลุดออกค่ะ เราตกใจมาก กลัวว่าแผลจะปริ รีบถ่ายให้คุณหมอดูทันที ซึ่งหลังจากที่คุณหมอได้ดูรูป คุณหมอก็แจ้งว่าให้เราขยับคอให้น้อยที่สุดค่ะ เพราะว่าแผลที่คอเราตึงมากค่ะ และอย่าให้ปมไหมอีกข้างขาดหรือหลุดเข้าไปในแผลค่ะ ไม่งั้นจะดึงไหมออกมาไม่ได้ค่ะ

หลังจากวันนั้นเราก็ดูแลแผลเป็นอย่างดีค่ะ และเราก็ถ่ายรูปอัพเดทให้คุณหมอดูทุกวันค่ะ คุณหมอนัดให้เรามาตัดไหมวันที่ 23/4/18 1ค่ะ หลังจากตัดไหมเสร็จ แผลที่ออกมาค่อนข้างอยู่ใจเกณฑ์ดีค่ะ สำหรับเราถือว่าพอใจค่ะ